วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สถานที่ที่เคยไปเที่ยวในจังหวัดมหาสารคาม


1. พระธาตุนาดูน (Phrathat Nadun)
  ได้ค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่สองห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น ชั้นแรกของเจดีย์ไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ในขณะที่พื้นที่ด้านบนของฐานชั้นที่สองและชั้นที่สามตกแต่งด้วยเจดีย์จำลองอยู่ตรงมุมสี่มุม จากพื้นที่ด้านบนของฐานที่สามเป็นต้นไปชั้นมีตัวเจดีย์เป็นทรงระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนยอดเป็นรูปดอกบัวคู่และคู่ปล่องไฉนและปลียอด เจดีย์มีฐานกว้าง 35.7 เมตรและสูง 50.5 เมตรซึ่งสันนิษฐานว่าอายุของเจดีย์น่าจะมีอายุราว พ.ศ.800-1000 ของสมัยทวารวดี 

  นอกจากนี้ยังมีการจำลองพระพุทธรูปประดับรอบฐานชั้นที่สอง ชื่อพระธาตุนี้มีอีกชื่อว่า พุทธมณฑลแห่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งอยู่ที่บ้านนาดูนในบริเวณใกล้เคียงอำเภอนาดูน ดังปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น บริเวณนี้เคยเป็นอาณาจักรจำปาศรี วัตถุโบราณที่พบจากการขุดค้นได้ถูกนำแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นและสิ่งสำคัญที่สุดที่พบคือพระบรมสารีริกธาตุ มีสัณฐานดังเกล็ดแก้ว ประดิษฐ์สถานในผอบ 3 ชั้น ชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด สันนิษฐานว่าทำในสมัยทวาราวดีในพุทธศตวรรษที่ 8–10 รัฐบาลอนุมัติให้สร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา 

  การเดินทาง จากเมืองมหาสารคามโดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกเขื่อน อำเภอวาปีปทุม และให้เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 2045 ซึ่งเป็นถนนราดยางไปอำเภอนาดูน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร

2.พระพุทธรูปยืนมงคล (Mongkhon Standing Buddha)


     เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย เดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ห่างตัวเมือง ราว 14 กิโลเมตรจากเขตเมือง (ด้านขวา) องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง จนได้รับการกล่าวว่าพระพุทธรูปทั้งสองได้ทำในเวลาเดียวกัน ความเป็นมา เมื่อมีภัยแล้งในพื้นที่อำเภอกันทรวิชัย ผู้ชายได้จัดสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมืองในขณะที่ผู้หญิงได้สร้างพระพุทธรูปยืนมงคล แล้วเสร็จพร้อมกันจึงจัดงานฉลองอย่างมโหฬาร นับแต่นั้นมาฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นั้นเป็นต้นมา

3.วนอุทยานโกสัมพี (Kosamphi Forest Park)

     ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัยบนริมฝั่งของแม่น้ำชี จากตัวเมืองสามารถเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 208 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตรถึงสี่แยกโกสุมพิสัย ที่เดินทางคือการทำผ่าน 450 ถนนราดยางเมตรเพื่อ วนอุทยานโกสัมพีมีพื้นที่ 125 ไร่ และได้ประกาศเป็นสวนรุกขชาติในวันที่ 1 ตุลาคม 1976 มีต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิดให้ร่มเงา มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีทัศนียภาพงดงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเชื่องนักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้

4.พิพิธภัณฑ์ มมส.

       โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2542 โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มีจุดเริ่มต้นและพัฒนาการอย่างมีความหมายและความสำคัญควบคู่มากับ พัฒนาการ ของสังคม  ตั้งแต่ยุคที่เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (พ.ศ.2511) จนถึงมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม (พ.ศ.2517) และเป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (พ.ศ.2537) รวมทั้งเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพิพิธภัณฑ์เพื่อส่งเสริม ให้สังคมได้รับผลประโยชน์จากกิจการพิพิธภัณฑ์ ทั้งในด้านการปลูกจิตสำนึกแห่งคุณค่าและความสำคัญของท้องถิ่น การจัดการพิพิธภัณฑ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม 



       นอกจากนี้ โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามยังทำหน้าที่สนับสนุนการ จัดการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์ตลอดจนเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนและจัด กิจกรรมสำหรับคณาจารย์ นิสิต และบุคคลทั่วไป

5.อ่างเก็บน้ำโคกก่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น